ยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปี 2547 2551
สภาวะเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันเต็มเปี่ยมไปด้วยการแข่งขัน
การรวมกลุ่มระหว่างประเทศจึงมีบทบาทสำคัญ ทุกประเทศต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในเรื่องของความประหยัด
(Economy) ความรวดเร็ว (Speed) และการสร้างเครือข่าย
(Cluster) ด้วยจุดแกร่งบนพื้นฐานการเป็นเกษตรกรของชนชาติไทย
เสมือนกับจุดแข็งที่จะโยงใยสู่ตลาดโลกในอนาคต
รัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนและฟื้นฟู เพื่อเพิ่มศักยภาพสินค้าที่จะมุ่งสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คืออีกโครงสร้างหลักของประเทศที่มุ่งสู่ภารกิจสำคัญในการเป็นกระทรวงหลักด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลก
ผู้บริโภคปลอดภัย เกษตรกรไทยมั่งคั่ง อันเป็นวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับ
พันธกิจที่จะดำเนินการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรมีความแข็งแกร่ง
อันจะส่งผลและส่งเสริมให้การผลิตได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากล
เพื่ออนาคตของเกษตรกรไทย
จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอาชีพที่มั่นคงต่อไป
และเพื่อการขับเคลื่อนภาคการเกษตร ปี 2547 2551
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5
ด้าน ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)
มุ่งเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร
โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทรัพยากรเพื่อการผลิต
ส่งเสริมการวิจัย พัฒนาและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
การพัฒนาองค์ความรู้ และส่งเสริมการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
โดยมีแผนงาน / โครงการที่สำคัญ ได้แก่
แผนงานพัฒนารายสินค้า
ภายใต้การดูแลของ Chief Product Officer
(CPO) เป็นรายสินค้า และพลิกโฉมการผลิตโดยยึดการตลาดเป็นตัวนำ
การเพิ่มผลิตภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมการตลาดในสินค้าเกษตรที่สำคัญ
40 ชนิด
โครงการน้ำแก้จน
เพื่อทำให้มีระบบโครงข่ายน้ำครอบคลุมพื้นที่การเกษตร
ทั่วประเทศ 131 ล้านไร่ โดยการก่อสร้างระบบโครงข่ายน้ำเพื่อกระจายน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนไปยังเป้าหมายพื้นที่เกษตรกรอย่างเหมาะสมและทั่วถึง
โครงการดินแก้จน
เป็นการฟื้นฟู ปรับปรุงบำรุงดิน ให้มีความอุดมสมบูรณ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
ทั่วประเทศ
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
โดยสร้างฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านในลักษณะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
(Complementary) เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Partnerships)
เพื่อการผลิตการตลาด การจัดซื้อปัจจัยการผลิต
การวิจัย พัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างมูลค่าเพิ่ม
(Value Added)
เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญ
โดยการปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าต่ำไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูง
ส่งเสริมระบบจัดการคุณภาพในการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร
โดยการคัดเกรดสินค้า ส่งเสริมวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
(Post Harvest) การแปรรูปสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
(Product and Packaging Designs) เพื่อสร้างชื่อสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้เป็นรู้จักแพร่หลาย
รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ (Country Image) ความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภค
โดยบูรณาการระหว่างกระทรวงเพื่อให้เกิดภาพรวมที่สอดคล้อง
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การนำสินค้าเกษตรและอาหารสู่ตลาดโลก
ขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้ผู้บริโภคคนไทยและคนทั่วโลกได้บริโภคอาหารที่มีมาตรฐานเดียวกัน
สร้างความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) จากระดับไร่นาถึงโต๊ะอาหาร
(From Farm to Table) ในเรื่องของมาตรฐานโรงงานผลิตอาหาร
โรงฆ่าสัตว์ การจดทะเบียนฟาร์ม และ
เขตการผลิตพืชเศรษกิจที่เหมาะสม (Zoning) ส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในต่างประเทศ
ทั้งนี้จะอาศัยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและระบบสหกรณ์
เป็นเครือข่ายการตลาด ตลอดจนบูรณาการด้านการผลิตและการตลาดกับกระทรวงอุตสาหกรรม
และกระทรวงพาณิชย์
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การทำให้เกษตรกรกินดีอยู่ดี
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดกระบวนทัพใหม่
โดยยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลางการพัฒนาในเชิงรุก
สร้างปราชญ์เกษตร จัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร
ฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอกับการครองชีพ
ประกันความเสี่ยงในกระบวนการผลิตของเกษตรกร โดยมีแผนงานโครงการที่สำคัญ
คือ
แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล
มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรนำที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
สหกรณ์นิคม โฉนดน้ำ และสวนยางเอื้ออาทร (พื้นที่และต้นยางพารา)
เข้าถึง
แหล่งทุนในระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่ใช้ฐานความรู้สมัยใหม่
เพื่อให้เป็นพลังขับเคลื่อนหลักในการสร้างความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย
สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างงานและสร้างรายได้ โดยใช้เครือข่ายการตลาด
(Marketing Arms) ของกระทรวงที่มีอยู่ เช่น อตก.
สหกรณ์ เป็นแหล่งกระจายสินค้า
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่
สร้างมาตรฐานการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นที่ยอมรับด้านความสามารถของบุคลากร
เพิ่มคุณภาพในการให้บริการ โดยจะพัฒนาเกษตรตำบลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุด
เป็นผู้นำทางการเกษตรประจำตำบล อำนวยความสะดวกและเพิ่มความเร็วในการให้บริการ
ตลอดจนสามารถบูรณาการเพื่อการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่จนสามารถเป็นเกษตรตำบล
CEO ได้ในอนาคต นอกจากนี้จะเน้นความโปร่งใสในด้านการบริหาร
การเบิกจ่ายงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้าง พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย
สร้างฐานข้อมูลด้านการเกษตรที่ดีที่สุดในประเทศไทย
เชื่อมโยงได้ทั้งภายในและภายนอก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสอบและประเมินผลภาครัฐ
เพื่อสร้างกลไกเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับบริหารราชการแผ่นดิน
ด้านยุทธศาสตร์อันมุ่งมั่น
ทั้ง 5 ประการ ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ชัดเจน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มั่นใจว่า
ภายใน 5 ปีข้างหน้า ประชาชนชาวไทยจะได้เห็นการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดังนี้
-
ภาคการผลิตสาขาเกษตรของไทย จะเติบโตมีมูลค่าถึง
1 ล้านล้านบาท
-
สินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยได้มาตรฐานสากล
-
เกษตรกรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน 1.35 ล้านราย
-
เกษตรกรพ้นความยากจนโดยมีรายได้ขั้นต่ำ 120,000
บาท / ครัวเรือน / ปี
ด้วยยุทธศาสตร์และมุมมองใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จะเป็นกระทรวงหลัก
ด้านการผลิตสินค้าเกษตร
และอาหารของโลก
ผู้บริโภคปลอดภัย เกษตรกรไทยมั่งคั่ง
:: กลับสู่ด้านบน ::
|